HANG TUAH วีรบุรุษของโลกมลายู
วันนี้ทางปาตานี ฟอรั่ม ขออนุญาตนำเสนอเรื่องราวเบาๆ ที่เป็นตำนานคำบอกเล่าสำคัญของชาวมลายูอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องราวของฮังตูวาห์
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 16 ถือได้ว่าเป็นยุคทองของเมืองมะละกาเลยทีเดียว มีการกล่าวถึงว่า เมื่อมหาอำนาจต่าง ๆ ที่เข้ามาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องใช้เส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา และเมืองมะละกานี้เองยังเป็นคลังรวบรวมสินค้ามากมายที่จัดส่งออกไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเข้ามาจากชาติตะวันตก เป็นชาติตะวันตกที่เก็บสินค้ายังเมืองนี้ที่ได้จากในภูมิภาค ไปทำการค้าขายต่อยังประเทศของตัวเอง ในช่วงเวลานั้นมีเรือบรรทุกสินค้ามากมายได้เข้ามายังเมืองมะละกา เพื่อต้องการบรรดาเครื่องเทศต่าง ๆ ที่มีในภูมิภาคนี้ เช่น หมู่เกาะมูโลกะ เกาะบอร์เนียว เป็นต้น
เมืองมะละกาไม่ใช่ว่ามีผลกำไรที่ได้จากการค้ามากมายแต่อย่างเดียว เมืองมะละกายังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีแสนยานุภาพของกองทัพ พวกเขามีกองทัพที่แข็งแกร่งและเกรียงไกร
มะละกาในยุคเริ่มต้น มีปฐมสุลต่านนามว่า มันซูร ซาห์ และมีนักรบสำคัญของอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญทางด้านการต่อสู้ และยังมีความจงรักภักดี บุรุษที่ได้กล่าวถึง เขาผู้นั้นก็คือฮังตูวาห์ ยอดนักรบของกองทัพมะละกานั่นเอง
ฮังตูวาห์เป็นผู้ที่ได้รับการนับถือจากคนทั่วไป เขาได้รับการยกย่องจากชาวมะละกาว่าเป็นผู้ที่สามารถในการรบ เขาเป็นผู้ที่มีพละกำลังมหาศาล
กล่าวถึงประวัติของฮังตูวาห์ เขาเป็นบุตรชายของดังมะห์มูดกับดังเมอรดูวาตี ครอบครัวเขาได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านดูยุง (Kampung Duyung) ฮังตูวาห์มีเพื่อน ๆ ที่สนิทกันมาตั้งแต่ช่วงที่เขายังเด็กอยู่ 4 คน สหายทั้ง 4 คนของเขามีนามว่า ฮังเยอบัร, ฮังกัซตูรี, ฮังลีกิร และฮังลิกู
วันเวลาผ่านไปจนพวกเขาทั้ง 5 คนได้เติบโตเป็นวัยหนุ่ม พวกเขาได้เดินทางไปฝึกวิชาการต่อสู้ที่ป่าลึกลับ จนสำเร็จวิชาและได้เดินทางกลับมา จุดที่พลิกผันในชีวิตของฮังตูวาห์ เมื่อขุนนางทางหนึ่งได้เชื้อเชิญฮังตูวาห์และเพื่อนๆเข้าไปรับราชการต่อในวัง
ฮังตูวาห์ได้รับความไว้วางใจจากสุลตานมากถึงขั้นยกตำแหน่งแม่ทัพทหารเรือ ความสามารถในการรบของฮังตูวาห์ ได้แพ่งกระจายใปยังสถานที่ต่างๆ และไกลไปถึงเมืองจีน แผ่นดินใหญ่และจักรพรรดิจีนได้ เชื้อเชิญ ฮังตูวาห์ไปรับราชการที่นั้น แต่ด้วยความซื่อสัตย์ของฮังตูวาห์ เขาต้องการที่จะอยู่รับใช้ สุลตานเมืองมะละกาเท่านั้น ฮังตูวาห์ได้เดินทางไปเมืองมัชปาหิต เมืองนี้เป็นเมืองที่โด่งดังในด้านการรบเหมือนกัน มีนักรบที่รบที่มากด้วยความสามารถเช่นกัน แน่นอนในเมื่อผู้ที่มีความสามารถในการรบมาเจอกัน การประลองฝีมือว่าใครมีความสามารถเหนือกว่า และแล้วการต่อสู้ก็เกิดขึ้นอย่างดุเดือด จนฮังตูวาห์ได้รับชัยชนะ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ ฮังตูวาห์โด่งดังในเมืองมัชปาหิต
ไม่เพียงแต่เรื่องกองทัพเพียงอย่างเดียว ในตำนานของฮังตูวาห์ เป็นเรื่องของโศกนาฏกรรมของความรักของฮังตูวาห์กับเมอลูรหญิงชาวป่า เรื่องราวของความซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อองค์ฮังตูวาห์ที่มีให้กับสุลต่านเมืองมะละกา
เหตุการณ์สำคัญในตำนานครั้งหนึ่งเมื่อฮังตูวาห์ได้รับคำบัญชาจากสุลต่านให้เดินทางไปยังเมืองปาหัง เพื่อไปเชิญบุตรีของเจ้าเมืองปาหังมาเป็นราชินีของสุลต่าน แต่ในขณะเดียวกันนั้นเมอลูรได้ขออนุญาตเพื่อที่จะเดินทางมาหาฮังตูวาห์เมื่อนางมาถึง นางกลับไม่เจอฮังตูวาห์ เมอลูรเสียใจอย่างมากได้แต่ร้องเพลงโหยหาฮังตูวาห์ จนเสียงร้องเพลงของนางได้ยินไปถึงหูของขุนนางที่คิดร้ายกับฮังตูวาห์ พวกขุนนางได้จับนางไว้และถามนางว่ามาหาใคร นางได้ตอบกลับไปว่ามาหาฮังตูวาห์ จึงทำให้เข้าทางของบรรดาขุนนางที่จะกลั่นแกล้งฮังตูวาห์ จึงจับนางไปมองให้กับสุลต่านเพื่อให้เป็นสนมของสุลต่าน
ทางด้านฮังตูวาห์เมื่อเดินทางมาถึงปาหัง ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเจ้าเมือง ในระหว่างนั้นก็มีการพูดคุยกันระหว่างไซนานกับต่วนดีเย๊าะ ผู้หญิงที่ฮังตูวาห์จะนำไปมอบให้กับสุลต่าน แต่นางไม่ยอมตกลง แต่พอนางได้เห็นใบหน้าอันงดงามของฮังตูวาห์ ทำให้นางปรารถนาที่จะทำความรู้จักกับฮังตูวาห์ นางจึงได้นัดพบกับฮังตูวาห์ในตอนกลางคืนของคืนนั้น
ทั้งสองได้พบและพูดคุยกันจนเกิดความสนิทสนม ฮังตูวาห์ได้ร้องเพลงให้ตานดีเย๊าะฟัง จนทำให้นางหลงรักฮังตูวาห์ ทั้งสองได้นัดพบกันบ่อยครั้งทำให้ฮังตูวาห์รู้สึกลำบากใจ เขาได้นึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับเมอลูรคนรักของเขาที่ได้พลัดพรากมาเป็นเวลานาน
แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เจ้าเมืองปาหังได้ออกคำสั่งให้ ต่านดีเย๊าะเดินทางไปตรังกานู แต่นางไม่ยอมไป นางจึงไปขอร้องกับฮังตูวาห์ให้พานางหนีไปจากเมืองปาหัง ฮังตูวาห์รับปาก และได้พานางหนีไปในวันรุ่งขึ้นในขณะที่กำลังเดินทางไปยังเมืองมะละกานั้น ฮังตูวาห์ได้เล่าความจริงทั้งหมดกับนางว่า แท้จริงแล้วฮังตูวาห์มีคนรักอยู่แล้ว เขาต้องการที่จะนำตวนดีเย๊าะไปเป็นสนมของเจ้าเมืองมะละกา และชีวิตของเขานี้ไม่สามารถทรยศกับเจ้าเมืองได้ ลืมฮังตูวาห์เถิด คำพูดของฮังตูวาห์ได้ทำร้ายจิตใจของนางอย่างมาก นางจึงกินยาวิเศษเพื่อที่จะลืมฮังตูวาห์
ทันทีที่เดินทางมาถึงเมืองมะละกา ฮังตูวาห์ได้ทราบข่าวจากเพื่อนคนหนึ่งว่าเมอลูรได้เป็นสนมของสุลต่านไปแล้ว โดยขุนนางกลุ่มหนึ่งได้จับนางไปให้กับสุลต่าน เรื่องนี้สร้างความโกรธแค้นให้กับฮังตูวาห์มาก ฮังตูวาห์ต้องการเข้าไปพบกับเมอลูรแต่เพื่อนของเขาได้ห้ามปรามไว้จนเกิดมีเรื่องทะเลากันกับเพื่อนของเขา เพราะอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับสุลต่านได้
เมื่อทราบข่าวว่าฮังตุวาห์ได้กลับมา บรรดาขุนนางใจโฉดได้วางแผนให้ฮังตูวาห์กับเมอลูรมาเจอกัน โดยที่ให้คนใช้คนหนึ่งไปตามตัวฮังตูวาห์ ฮังตูวาห์ได้มาพบกับเมอลูร เขาบอกกับนางว่าเขารักนางมากแต่ไม่สามารถหนีไปได้ ทั้งสองเจอกันได้ไม่ได้ก็ต้องจากกัน แต่หารู้ไม่ว่าการพูดคุยของตัวเองนั้นสุลต่านได้มองอยู่ตลอดเวลา พวกขุนนางได้ยุยงให้สุลต่านประหารชีวิตฮังตูวาห์ ในข้อหาที่ลักลอบพบกับสนมของพระองค์ สุลต่านก็เห็นดีด้วย จึงมีคำสั่งให้ประหารชีวิตฮังตูวาห์ แต่หารู้ไม่ว่าฮังตูวาห์รอดพ้นจากการประหารชีวิตเนื่องจากได้รับการช่วยเหลือ
หลังจากที่การประหารชีวิตฮังตูวาห์ สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับให้กับสุลต่านที่ใช้อารมณ์แค่เพียงชั่ววูบตัดสิน แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีอย่างมากต่อขุนนางใจโฉด พวกเขาได้จัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นแต่หารู้ไม่ว่า “เมอลูร” หญิงสาวที่อาสามาเต้นรำโชว์ในงานนี้มีแผนที่จะสังหารเขา และแล้วในขณะที่นางกำลังเต้นรำอยู่นั้น นางได้ใช้มีดแทงเข้าไปที่ขุนนาง และนางก็ถูกสังหารจนเสียชีวิตเช่นกัน
การกระทำของนางได้แสดงถึงความกล้าหาญ นางต้องการปัดมลทินให้กับฮังตูวาห์ และนางยังแสดงให้เห็นถึงความรักของนาง
ตำนานเรื่องนี้ได้สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของ อาณาจักรมะลากา ซึ่งมีนักรบที่มีความสามารถและกล้าหาญนอกจากนั้นยังมีเรื่องราวของพิธีกรรมและศิลปะการต่อสู้ รวมทั้งความสำคัญของระบอบสุลต่านที่มีบทบาทสูงในการปกครอง รวมทั้งเรื่องของเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรในอดีต การเดินทางของฮังตูวาห์ก็แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างมะละกากับนานาประเทศ เช่น จีน อินเดีย สยาม และอิยิปต์
ทั้งหมดก็เป็นตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับวีรบุรุษที่มีความสามารถ กล้าหาญ ซื่อสัตย์ และมีความจงรักภักดีต่อสุลต่าน ซึ่งเนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะแทรกความเป็นมะละกาที่รุ่งเรือง และวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานที่มีการเล่าสู่กันฟังกระทั่งมาถึงปัจจุบัน